บ้านใหม่ ที่จะทำให้คุณเสียสุขภาพโดยไม่รู้ตัว


สำหรับท่านที่กำลังมีบ้านใหม่ หรืออยู่ในช่วงตกแต่งบ้าน รีโนเวทบ้าน แน่นอนว่าปัญหาที่พบเจอคือ ฝุ่น และกลิ่นฉุนของสารเคมีต่างๆ ซึ่งฝุ่นและกลิ่นพวกนี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทำให้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ หรือนำไปสู่

อันตรายสูงสุดถึงโรคหัวใจวายเฉียบพลัน และมะเร็งได้


สำหรับเรื่องของฝุ่น หลายๆท่านอาจจะทราบภัยร้ายจากฝุ่นกันอยู่แล้ว วันนี้แอดมินจึงขอแชร์ข้อมูลเรื่อง ภัยของกลิ่นสารเคมีที่ทำให้เราแสบจมูก กันบ้างค่ะ


บ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ จะพบว่า มีกลิ่นฉุนแสบจมูก ซึ่งกลิ่นนี้มาจาก สารฟอร์มาลดีไฮด์ และ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย นั่นเอง

ตัวแรก สารฟอร์มาลดีไฮด์ คืออะไร

สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในอุตสาหกรรมการผลิตหลายชนิด ซึ่งทางองค์การนานาชาติเพื่อการวิจัยมะเร็ง (International Agency for Research on Cancer; IARC) ประเมินว่าเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่ทำให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้ คือ มะเร็งโพรงจมูก


สารฟอร์มาลดีไฮด์ส่วนใหญ่ในที่พักอาศัย ถูกปล่อยมาจากอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เช่น ถ้วยชาม เฟอร์นิเจอร์ ผ้าหุ้มเบาะโซฝา สีทาผนังบ้าน บ้านที่ทาแลคเกอร์เคลือบพื้นไม้ สารต้านเชื้อรา พรมปูพื้น ผ้าปูที่นอนเป็นต้น ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ฟอร์มาลดีไฮด์ถูกปล่อยออกจากเฟอร์นิเจอร์ต่างนั้น คือ อุณหภูมิ และการระบายอากาศที่ไม่ดีพอ โดยเมื่ออุณหภูมิห้องสูงเกิน 26 °C จะทำให้ปริมาณความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์เพิ่มสูงขึ้น และหากห้องไม่มีระบบระบายอากาศ ก็จะยิ่งทำให้ปริมาณความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน แต่หากว่าเปิดหน้าต่างระบายอากาศออก เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ปริมาณความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์จะสามารถลดลงได้เช่นกัน


จากปัจจัยดังกล่าว หากผู้อาศัยได้รับสารฟอร์มาลดีไฮด์สูงเกิน 0.1 ppm จะทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อตา จมูกและทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอ เจ็บหน้าอก หายใจ ไม่อิ่ม แต่ถ้าได้รับปริมาณเข้มข้นสูงเกิน 100 ppm อาจทำให้หมดสติ และตายในที่สุด เนื่องจากที่ความเข้มข้นสูงๆ สารฟอร์มาลีนจะเปลี่ยนรูปเป็นกรดฟอร์มิค (Formic acid) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายระบบการทำงานของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และหากได้รับปริมาณน้อยแต่ระยะยาว จะทำให้เกิดผลเสียกับระบบต่างๆ ของร่างกาย หรือก่อให้เกิดมะเร็งได้


ตัวที่สอง สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย คืออะไร

สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าสาร VOCs มาจากคำว่า Volatile organic Compounds หมายถึงกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยเป็นไอได้ง่าย กระจายตัวไปในอากาศได้ในอุณหภูมิและความดันปกติ ซึ่งสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายนี้ ในบรรยากาศจัดเป็นอากาศพิษ (Toxic Air) ซึ่งในชีวิตประจำวันเราได้รับสารชนิดนี้จากผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่า สีทาบ้าน ควันบุหรี่ น้ำยาฟอกสี น้ำยาซักแห้ง น้ำยาสำหรับย้อมผมและดัดผม สารกำจัดศัตรูพืช สารที่เกิดจากการเผาไหม้และปนเปื้อนในอากาศ อาหาร และเครื่องดื่ม ซึ่งทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพของผู้ได้รับ คือ เป็นสารก่อมะเร็ง และส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาการที่เกิดขึ้น เช่น อาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ น้ำตาไหล จาม เจ็บคอ หายใจติดขัด ใจสั่น คลื่นไส้ รู้สึกอ่อนเพลีย หมดสติ และอาจถึงเสียชีวิตได้


แนวทางลดการได้รับการสัมผัส สารฟอร์มาลดีไฮด์ และ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย

1. เปิดหน้าต่างเพื่อถ่ายเทอากาศ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อปรับปริมาณความเข้มข้นของสารฟอร์มาลดีไฮด์ให้ลดลง


2. ติดตั้งระบบระบายอากาศ หรือ ใช้ เครื่องฟอกอากาศ ที่มีประสิทธิภาพในการดูดซับและกำจัดสาร

เคมีต่างๆ

- ดูดซับด้วยด้วยผงถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) เพราะถ่านกัมมันต์เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติ

ในการดักจับไอระเหยสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้เป็นอย่างดี

- กำจัดด้วยเทคโนโลยีโฟโตแคตาไลติกออกซิเดชัน (photocatalytic oxidation) คือ

กระบวนการเกิดออกซิไดซ์ฮรอกซิลแบบเข้มข้นภายใต้แสง UV ซึ่งสามารถกำจัดแบคทีเรีย,

ไวรัส และย่อยสลายสารฟอร์มาลดีไฮด์, สารระเหย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้

** เพราะการแก้ไขปัญหาสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายอาจทำได้โดยการทำลายสาร VOCs

เช่น ทางเคมีโดยการใช้ก๊าซโอโซนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และสารออกซิไดซ์อื่นๆ หรือใน

ทางชีวภาพให้ใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายได้ **


3. ปลูกไม้ประดับเพื่อดูดซับฟอร์มัลดีไฮด์ เช่น สาวน้อยปะแป้ง เดหลี เยอบีร่า วาสนาอธิษฐาน เป็นต้น



ขอบคุณแหล่งอ้างอิง

- บทความจากภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

- วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 ประจำเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2561

- เอกสารวิชาการจาก กองความปลอดภัยแรงงาน เรื่อง สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds)

- คู่มือวิชาการ เรื่องสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศ สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข



ดู 122 ครั้ง